บิล เกตส์

โรคอัลไซเมอร์ถือเป็นโรคที่สามารถพบเจอกันได้ทุกคนโดยเฉพาะคนที่อายุมาก ต่อให้จะเป็นคนมีเงินรวยล้นฟ้าขนาดไหนโรคเหล่านี้มันไม่สามารถห้ามกันได้ ขนาดว่าบิล เกตส์ หนึ่งในมหาเศรษฐีระดับโลกที่มีเงินชนิดว่าใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมดยังรู้สึกเป็นกังวลเกี่ยวกับโรคนี้อย่างมากนั่นจึงทำให้เขาได้ตัดสินใจที่จะบริจาคเงินถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือหากเทียบเป็นเงินไทยก็ประมาณ 1,600 กว่าล้านบาท เพื่อเป็นทุนการวิจัยเพื่อหาวิธีการรักษาโรคอัลไซเมอร์

บิล เกตส์ ทุ่มเงินกว่าพันล้านบาทหวังหาทางรักษาอัลไซเมอร์ให้จงได้

บิล เกตส์ มหาเศรษฐีที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟต์ ได้มีการแถลงผ่านเว็บบล็อกของตนเองว่า เขาจะทำการลงทุนด้วยเงินส่วนตัวของเขาเองโดยที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับมูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ โดยเจ้าตัวระบุว่าโรคร้ายหลายๆ โรคได้ตามมารังควานชีวิตของพวกเขาในช่วงบั้นปลาย ซึ่งหนึ่งในโรคดังกล่าวก็คือโรคอัลไซเมอร์ ส่วนทางด้านของนักวิทยาศาสตร์เองก็ยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงของโรคอัลไซเมอร์ว่าเกิดขึ้นมาจากอะไรหรือมีวิธีการอย่างไรบ้างกับการยับยั้งโรคร้ายดังกล่าวนี้ไม่ให้ไปทำลายสมองจนป่วยในที่สุด ซึ่งแถลงการณ์ดังกล่าวได้มีการระบุเอาไว้ว่า บิล เกตส์ จะทำการบริจาคเงินทั้งหมด 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใน Dementia Discovery Fund โดยมีสำนักงานในลอนดอน รวมถึงยังเป็นมูลนิธิระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนที่มีการสนับสนุนนวัตกรรมการวิจัยในภาวะสมองเสื่อม เขายังได้มีการระบุต่อไปอีกว่า การค้นหาวิธีรักษาโรคอัลไซเมอร์ที่คนทั่วโลกป่วยเป็นโรคนี้กว่า 50 ล้านคนถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนจากเหตุผลที่ว่าการรักษาพยาบาลที่ดีขึ้นย่อมทำให้คนมีอายุยืนยาวมากขึ้น นอกจากนี้เขายังได้ยกตัวอย่างถึงพ่อของเขาซึ่งเพิ่งฉลองวันเกิดอายุครบ 92 ปีไปล่าสุด เขาเชื่อว่ามีโอกาสเกือบ 50% ที่คนเข้าสู่วัย 80 กลางๆ จะป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์

แต่ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องเร่งด่วนขนาดไหนทว่าเขาเองก็ยอมรับว่าความคืบหน้าเกี่ยวกับการหาทางเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์นั้นเป็นเรื่องโครงการระยะยาว การหาข้อมูลวิธีการรักษาในชุดแรกๆ อาจยังไม่ได้ผลดีตามที่ควรจะเป็น อาจต้องใช้เวลาอีกเป็น 10 ปีหรือมากกว่านั้น  ในระยะแรกๆ มันอาจดูมีราคาแพงแต่ถ้าหากว่าวันนั้นเกิดขึ้นจริงโครงการนี้ก็อาจจะมองหาแนวทางในการแผ่ขยายการเข้าถึงวิธีรักษาโรคดังกล่าวไปยังคนยากจนหรือคนที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไรด้วย ถือว่าเป็นแนวความคิดที่ทำเพื่อคนอื่นในสังคมอย่างแท้จริงสำหรับมหาเศรษฐีใจบุญคนนี้

Leave a Reply