การรักษาโรคอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์ ดูจะเป็นโรคที่สร้างความกังวลและหวาดกลัวให้กับผู้สูงวัยทุกคนเลยทีเดียว ลองนึกภาพว่าเรามีชีวิตอยู่ร่างกายยังแข็งแรงดี แต่เราจำอะไรไม่ได้เลยทั้งคนที่เรารัก เหตุการณ์ประทับใจ หรือแม้แต่ตัวเราเองก็ยังจำไม่ได้เลยว่าเป็นใคร สิ่งเหล่านี้ค่อนข้างบั่นทอนจิตใจของเรามากพอสมควร บางคนไม่สามารถจัดการดูแลช่วยเหลือตัวเองได้ด้วยซ้ำ (เพราะจำไม่ได้ว่าทำอะไรไปบ้าง จนต้องทำซ้ำอยู่อย่างนั้นก็มี) แต่ในอนาคตไม่แน่เราอาจจะเอาชนะภัยร้ายตัวนี้ได้

โรคอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์ มักจะพบได้เยอะมากกับผู้ป่วยที่อยู่ในวัยหลังเกษียณการทำงาน เนื่องจากเป็นวัยที่สมองเริ่มแสดงผลปฏิกิริยาที่เป็นลบออกมาแล้วหลังจากที่เราใช้สมองมานานตลอดเวลาตั้งแต่เกิด เมื่อโรคอัลไซเมอร์ทวีความรุนแรงมากขึ้น จะยิ่งทำให้ผู้ป่วยจดจำเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเองได้น้อยลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นใคร บางคนอาจจะดูว่าเหมือนปกติ เดินไปซื้อของที่ตลาดหน้าบ้านได้ แต่พอเดินออกจากบ้านไปแล้วกลับจำบ้านตัวเองไม่ได้ก็มี ดั่งที่เราเคยเห็นประกาศตามหาคนในช่องทางต่างๆก็มาจากสาเหตุนี้ด้วย หรือบางคนพอสมองเสื่อมหนักเข้าอาจจะกลายเป็นคนมีพฤติกรรมแปลกจากที่เคยทำไปเลย อย่างเช่น ไว้ผมยาว ไม่อาบน้ำ ใส่เสื้อผ้าชุดเดิม กินอาหารเลอะเทอะ ฯลฯ

การรักษาโรคอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์นั้นเกิดจากเนื้อสมอง หรือ เซลล์สมองของเรานั้นโดนทำลายลงไป ซึ่งการรักษานั้นแพทย์มักจะใช้วิธีการป้องกันเนื้อสมองที่เหลือให้ทำงานให้ดีที่สุด และป้องกันจากการโดนทำลายให้ได้มากที่สุด ชะลอการทำลายเซลล์สมองให้ช้าที่สุด เพื่อให้ผู้ป่วยยังสามารถใช้ช่วงเวลาที่เหลือกับความทรงจำกับครอบครัวได้

การรักษาแนวใหม่

การรักษาแบบเดิมจะเห็นว่าไม่ได้แก้ปัญหาของโรค เพียงแค่ประคองตัวไปเท่านั้นเอง แต่ตอนนี้มีการรักษาโรคอัลไซเมอร์แนวใหม่เกิดขึ้นแล้ว แนวคิดก็คือการหันกลับมาสร้างเซลล์สมองที่โดนทำลายลงไป เพื่อให้มีเซลล์สมองเพื่อการรับรู้ จดจำ ได้เหมือนเดิม เดิมทีแนวคิดนี้มีคนคิดเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจะสร้างเซลล์สมองที่ตายไปแล้วได้ยังไง แต่ตอนนี้นักวิจัยไทยกำลังจะทำสำเร็จแล้ว นั่นคือฮอร์โมนที่ชื่อว่า เมลาโทนิน ฮอร์โมนตัวนี้อยู่ที่ต่อมไพเนียลตรงส่วนกลางของสมอง ความเจ๋งของฮอร์โมนตัวนี้มันสามารถสร้าง เซลล์สมองที่ตายไปได้

แต่แนวคิดการรักษาโรคอัลไซเมอร์นี้ ยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัยกับสัตว์เท่านั้น ยังคงต้องรอผลการยืนยันทางการวิจัยอีกหน่อยจึงจะสามารถยืนยันเพื่อนำไปใช้กับคนได้ เห็นแบบนี้ใครที่กังวลเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์ก็น่าจะมีหวังอยู่ว่าจะกลับมาหายได้