มารู้จักวิธีป้องกันโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุกันเถอะ

alzheimers-protectอาการหลงๆ ลืมๆ ในผู้ป่วยและพฤติกรรมนิสัยที่เปลี่ยนไปจากเดิม โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุนั้น บางคนอาจจะมองว่าเป็นอาการปกติทั่วไปของผู้สูงอายุทั่วไป ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่นั่นท่านอาจจะคิดผิดได้ เพราะว่าอาจเป็นการเกิดของโรค อัลไซเมอร์(Alzheimer’disease) เป็นโรคสมองเสื่อมที่พบได้บ่อยที่สุด ถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ 1906 โดยจิตแพทย์ชาวเยอรมันชื่อว่า อาลัวส์ (Alois Alzheimer) โรคนี้จึงถูกตั้งชื่อตามจิตแพทย์ชาวเยอรมันท่านนี้

หากจะเอ่ยถึงบุคคลดังที่รณรงค์เกี่ยวกับโรค อัลไซเมอร์ ก็คือ จูเลี่ยน มัวร์ นักแสดงสาวรางวัลออสการ์ ที่เธอได้ตกลงรับบทในภาพยนต์เรื่อง Still Alice โดยตัวหนังได้พูดถึงหญิงสาววัยกลางคนที่เริ่มรู้สึกว่ามีอาการหลงๆ ลืมๆ และได้คนพ้บว่าเธอเป็นโรคอัลไซเมอร์ เธอจึงตัดสินใจบอกแก่ลูกๆทั้ง 3 ของเธอ

จูเลี่ยน มัวร์ได้กล่าวในงานรับรางวัลออสการ์ไว้ว่า เรื่องราวในภาพยนต์ Still Alice จะทำให้ผู้ชมได้เข้าใจผู้ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ว่า รู้สึกโดดเดี่ยวมากขนาดไหน และจากการวิจัยพบว่าปัจจุบันมีชาวอเมริกันป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์มากถึง 5.2 ล้านคน ขณะที่ยอดผู้ป่วยทั่วโลกมีถึงประมาน 40 ล้านคน โดยสถิติระบุว่าทุกๆ 4 วินาที มีผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์ 1 คน

ในปัจจุบันโรคอัลไซเมอร์ยังไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ แต่ญาติสามารถดูแลด้วยความเข้าใจ และที่สำคัญต้องใช้ความพยายามและอดทนต่อผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ให้มาก การดูแลต้องมีการทำกิจกรรม และดำเนินชีวิตประจำวัน พาผู้ป่วยเข้าสังคมให้ได้มีเพื่อน ได้ทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ให้ผู้ป่วยได้ออกกำลังกาย ปล่อยให้ช่วยเหลือตัวเองบ้างเป็นครั้งคราว พาไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆที่ผู้ป่วยชอบและเคยไป เพื่อช่วยลดความตึงเครียดได้

ช่วยเรื่องความจำที่บกพร่องในผู้ป่วย โดยใช้ปฏิทินช่วยความจำของผู้ป่วยในเรื่องวัน เวลา การนัด การทำกิจกรรมที่จำเป็น การเตือนและบอกให้รู้เวลากลางวันและกลางคืนเช่น ปิดและเปิดม่านรับแสง เขียนชื่อของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ยาสีฟัน แก้วน้ำ จาน ชาม เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยลืมของตัวเอง และช่วยเตือนเรื่องการวางสิ่งของ เพื่อจะได้ไม่ลืม

การติดต่อสื่อสารกับผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญ เวลาสื่อสารกัน ให้สบตามอง จ้องตาอย่างไกล้ชิดเพื่อให้ผู้ป่วยรู้ว่าเรากำลังคุยกับเขา พูดให้ช้าๆ ชัดๆ ใช้คำพูดง่ายๆ ไม่ซับซ้อนจนเกินไป และพยายามเรียกชื่อผู้ป่วย เพื่อให้เกิดความรู้สึกไกล้ชิดผูกพันกัน และเป็นการเตือนสติและความจำของผู้ป่วยอีกด้วย พยายามพูดคุยเรื่องในอดีตที่ผู้ป่วยชอบเล่าให้ฟังอย่างมีความสุข โดยพยายามเรียบเรียงจากอดีตมาสู่ปัจจุบัน เพื่อเตือนความจำของผู้ป่วยเอง

ผู้เขียนหวังว่าวิธีเบื้องต้นเหล่านี้จะมีประโยชน์กับผู้อ่านที่มีญาติ หรือผู้ใหญ่ไกล้ชิดที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ และสามารถนำไปใช้ดูแลป่วยได้นะครับ