อัลไซเมอร์โรคร้ายกว่าที่คุณคิด

alzheimers-titleในปัจจุบันผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ทั่วโลกมีประมาน 40 ล้านคน ส่วนในประเทศไทยมีผู้ป่วยอัลไซเมอร์ถึง 6 แสนคน (ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขปี 2558) นพ.สุววณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรคอัลไซเมอร์เป็นสาเหตุสำคัญของอาการสมองเสื่อมโดยพบได้ถึง ร้อยละ 60-70 โดยทุกๆ 68 วินาที จะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นหนึ่งรายบนโลก คาดว่าจะมีผู้ป่วยทั้งโลกกว่า 40-50 ล้านคนโดยประมาน เป็นความท้าทายของระบบสารณสุขทั่วโลกในการเตรียมพร้อมรับมือโรคอัลไซเมอร์นี้

ในวันที่ 21 กันยายนของทุกปี จะเป็นวัน อัลไซเมอร์โลก (World Alzheimer’s day) เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงภัยร้ายและผลกระทบของโรคอัลไซเมอร์นี้ ทั้งนี้โรคอัลไซเมอร์ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ การตรวจเจออาการในเบื้องต้นจะช่วยชะลออาการเสื่อมของสมองได้ หากผู้ป่วยมีอาการหลงลืม เช่น สับสนมีปัญหาการพูด ออกนอกบ้านแล้วหลงทางกลับบ้านไม่ถูก จำบ้านไม่ได้ จำเหตุการณ์ต่างๆที่เพิ่งผ่านมาสับสน ผู้เขียนขอแนะนำให้พบแพทย์หรือจิตแพทย์ผู้สูงอายุเพื่อดูแลอาการเบื้องต้นให้ทันท่วงที การรักษาแบบประคับประคอง การป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อน การบำบัดด้านจิตใจและดูแลปัญหาพฤติกรรม ฟื้นฟูสุขภาพกายและสุขภาพจิต เน้นคุณภาพการใช้ชีวิต สร้างพฤติกรรมที่ดี โดยอบรมให้ผู้ดูแลมีส่วนร่วม ในปัจจุบันนั้นยังไม่มียาที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เพียงแต่ใช้ยาเพื่อลดอาการป่วยหรือใช้ยาเพื่อเพิ่มระดับสื่อสารประสาทในสมองเพื่อช่วยให้ความจำดีขึ้น และลดปัญหาการเกิดพฤติกรรมจากอาการอัลไซเมอร์

โอกาสลดการเสี่ยงของการเกิดโรคอีกอย่างคือ การฝึกบริหารสมองเป็นประจำ ควรหมั่นหากิจกรรมฝึกสมอง ฝึกทักษะความจำให้แก่ผู้สูงอายุ เช่น การคิดเลข การเล่นรูบิก วาดภาพ การตอบคำถามความรู้ทั่วไป และการเล่นดนตรี ไม่ว่าจะเป็น กีตาร์ ตีกลอง เปียโน เป็นต้น กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยชะลอความเสื่อมของสมองได้ และที่สำคัญคือการดูแลเอาใจใส่ผู้สูงอายุและผู้ป่วยอย่างไกล้ชิด คนดูแลผู้ป่วยควรจะมีความรู้และความเข้าใจทั้งตัวโรคและตัวผู้ป่วย ให้ความรักความอบอุ่น ไม่ใจร้อนถือโทษหรือข่มขู่ทำร้ายทุบตีผู้ป่วย ร่วมมือกับแพทย์เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ควรให้ทำกิจกรรมออกกำลังกาย ดูแลเรื่องอาหารการกิน และพยายามฝึกฝนกระตุ้นให้ผู้ป่วยดูแลพึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุด และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนของโรคอัลไซเมอร์ เช่น อบัติเหตุ การสำลักอาหาร และโรคภัยต่างๆ

ผู้ดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ควรจะได้มีเวลากพักผ่อนเต็มที่ ไม่ควรรับหน้าที่ดูแลตลอดคนเดียวจนไม่มีเวลาพัก อาจจะก่อให้เกิดปัญหาความเครียด และปัญหาทางด้านอารมณ์มากขึ้น ควรปรึกษาหารือระหว่างผูดูแลด้วยกัน เพื่อให้เกิดประสบการณ์แลกเปลี่ยนในการดูแลมากขึ้น เมื่อผู้ดูแลรู้ตัวว่าเครียดควรขอความช่วยเหลือจากจิตแพทย์ เพื่อดูแลรักษาอาการเครียดเหล่านั้นให้หมดไป